ก่อนหน้านี้ หากจะลงทุนเปิดบริษัท หลายบริษัทเลือกการซื้ออาคารเป็นของตัวเอง หรือหาก เช่าออฟฟิศ ก็จะเป็นออฟฟิศแบบดั้งเดิมที่เน้นการเช่าระยะยาว เป็นเจ้าของพื้นที่ให้เช่าเพียงผู้เดียว แต่ทุกวันนี้คือยุคที่ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การทำงานมีความยืดหยุ่นและเปลี่ยนแปลงได้ง่ายขึ้น ทั้งยังมีธุรกิจก่อตั้งใหม่มากมายที่มีงบประมาณจำกัด จุดนี้ทำให้ธุรกิจ Office for rent มีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน โดยเป็นที่นิยมขององค์กรขนาดเล็ก กลาง รวมถึงสตาร์ทอัพ หรือแม้แต่บริษัทข้ามชาติที่ต้องการสาขาชั่วคราวในพื้นที่ใหม่
การมองหา ออฟฟิศให้เช่า ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดต้นทุนในระยะยาวเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจปรับตัวได้ง่ายขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ออฟฟิศหรือ สำนักงานให้เช่า ในปัจจุบันไม่ได้มีรูปแบบเดียวเหมือนในอดีต แต่กลับมีให้เลือกหลากหลาย ออฟฟิศรูปแบบเดิมยังคงมีอยู่ ในขณะเดียวกันรูปแบบใหม่ก็มีให้เลือกมากขึ้น ตั้งแต่สำนักงานสำเร็จรูปไปจนถึงออฟฟิศที่ใช้ร่วมกับบริษัทอื่น ดังนั้นก่อนเช่าจึงต้องเลือกให้เหมาะกับธุรกิจของตัวเองมากที่สุด
ประเภทของ Office space ก็มีผลกับการตัดสินใจ
หนึ่งในเรื่องที่สำคัญสำหรับการ เช่าออฟฟิศ ก็คือประเภทของออฟฟิศ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีฟังก์ชั่นการใช้งานและออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจที่ต่างกัน โดยมี Office space อย่างน้อย 4 ประเภท ดังนี้
1. ออฟฟิศแบบดั้งเดิม (Conventional Office)
สำนักงานแบบดั้งเดิม คือ พื้นที่สำนักงานที่ผู้เช่าต้องเช่าทั้งพื้นที่เปล่าแล้วมาตกแต่ง จัดซื้ออุปกรณ์ และบริหารจัดการทุกอย่างเองทั้งหมด มักจะมีสัญญาเช่าระยะยาว
จุดเด่นของออฟฟิศลักษณะนี้คืออิสระในการออกแบบและภาพลักษณ์องค์กรที่ชัดเจน เพราะสามารถสร้างบรรยากาศการทำงานให้ออกมายังไงก็ได้ตามที่อยากให้เป็น
ออฟฟิศแบบดั้งเดิมมีจุดเด่นคือความเป็นส่วนตัวสูงมาก แต่ก็มาพร้อมกับข้อจำกัดคือค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่สูง นอกจากนี้ยังมีค่าซ่อมบำรุงซึ่งส่วนใหญ่ผู้เช่าจะต้องรับผิดชอบเอง
ด้วยความเป็นสัญญาเช่าระยะยาว จึงเหมาะกับบริษัทที่มีความมั่นคง ตลอดจนองค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่ไม่มีแนวโน้มว่าจะย้ายพื้นที่ในระยะเวลาอันรวดเร็ว
2. สำนักงานสำเร็จรูป (Serviced Office)
สำนักงานสำเร็จรูป หรือ Serviced Office คือ พื้นที่สำนักงานที่ได้รับการตกแต่งและจัดเตรียมอุปกรณ์พร้อมใช้งานไว้เรียบร้อยแล้ว ผู้เช่าสามารถเริ่มต้นทำงานได้ทันที
จุดเด่นภายในออฟฟิศประเภทนี้จะมาพร้อมกับอุปกรณ์สำนักงานอย่างครบถ้วน รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เช่น อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้ผู้ให้บริการ ออฟฟิศให้เช่า ประเภท Serviced Office ยังมักจะมาพร้อมกับทีมงานสนับสนุน ทำให้ผู้เช่าแทบไม่ต้องเตรียมพนักงานในส่วนอาคารและสถานที่
ด้านข้อเสีย หากวางแผนเช่าในระยะยาว อาจไม่คุ้มค่าเท่ากับการมองหาออฟฟิศแบบดั้งเดิม เพราะค่าเช่ารายเดือนจัดว่าสูงมาก ในระยะยาวจะไม่คุ้มเท่ากับการลงทุนเองทั้งหมด
Serviced Office เหมาะกับสตาร์ทอัพ บริษัทต่างชาติที่ต้องการตั้งสำนักงานสาขาในไทย หรือธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการความคล่องตัวสูง เนื่องจากไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากในการเริ่มต้น และยังสามารถขยายหรือลดขนาดพื้นที่ได้ตามความต้องการ
3. พื้นที่ทำงานร่วม (Co-working Space)
Co-working Space คือ พื้นที่ทำงานร่วมกันที่เปิดให้คนจากหลายองค์กรหรืออาชีพมาใช้พื้นที่เดียวกัน โดยมักมีบรรยากาศที่เป็นกันเองและสร้างแรงบันดาลใจ โดยมีให้เลือกตั้งแต่การเช่ารายวัน ไปจนถึงห้องทำงานประจำที่เช่าได้แบบรายเดือน ซึ่งเราจะพบออฟฟิศแบบนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเป็นคำตอบที่หลายบริษัทเลือกใช้สำหรับการทำงานในยุคดิจิทัล
จุดเด่นของออฟฟิศประเภทนี้คือมีบริการส่วนกลางอย่างครบครัน มีขนาดห้องให้เลือกหลากหลาย ใช้ได้ตั้งแต่การจัดฝึกอบรมไปจนถึงออฟฟิศขนาดเล็กที่ต้องการเช่าระยะสั้น
ด้านข้อเสีย หากมองหาความเป็นส่วนตัว ออฟฟิศประเภทนี้ก็จะไม่ตอบโจทย์ เพราะผู้เข้าใช้บริการมีแนวโน้มเปลี่ยนไปตลอดเวลา
Co-working Space เหมาะตั้งแต่กลุ่มคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน ไปจนถึงองค์กรขนาดเล็กที่กำลังมองหาไอเดียใหม่ ๆ เพื่อต่อยอดธุรกิจ หรือแม้แต่บริษัทที่อยากจัดประชุมนอกสถานที่ Co-working Space ก็ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ได้
4. สำนักงานแบบแชร์พื้นที่ (Shared Office)
สำนักงานแบบแชร์พื้นที่ คือจุดกึ่งกลางระหว่าง Co-working Space และ Serviced Office โดยมีลักษณะเป็นการใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกันของสองบริษัทขึ้นไป (ลักษณะคล้าย Co-working Space) ในขณะเดียวกันแต่ละบริษัทก็จะมีออฟฟิศของตัวเองแยกจากบริษัทอื่นอย่างเป็นสัดส่วน (ลักษณะคล้าย Serviced Office)
จุดเด่นของสำนักงานแบบแชร์พื้นที่ คือเป็นสำนักงานที่มาพร้อมกับความเป็นส่วนตัวที่มากกว่า Co-working Space เพราะพื้นที่ที่ใช้ร่วมกันมีเพียงพื้นที่ส่วนกลางเท่านั้น ในออฟฟิศของแต่ละบริษัทยังคงมีความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นออฟฟิศที่มีอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเช่นเดียวกับ Serviced Office
ด้านข้อเสียคือออฟฟิศประเภทนี้มักจะมีพื้นที่ไม่มาก เพราะในหนึ่งชั้นของอาคารจะถูกแชร์กันระหว่างสองบริษัทขึ้นไป หากเจ้าของธุรกิจให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวอย่างเต็มรูปแบบ ก็จำเป็นต้องมองหา Serviced Office ในกรณีที่ต้องการสำนักงานที่เข้าทำงานได้ทันที หรือออฟฟิศแบบดั้งเดิม ในกรณีที่ต้องการอิสระในการปรับแต่ง
สำนักงานแบบแชร์พื้นที่เหมาะกับองค์กรขนาดเล็กที่ต้องการประหยัดงบประมาณ แต่ยังคงต้องการบริการแบบเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังเหมาะกับบริษัทที่ยอมรับได้เรื่องพื้นที่ส่วนกลางซึ่งจะมีบริษัทอื่นมาร่วมใช้ด้วย จึงอาจไม่เหมาะกับบริษัทที่เน้นเรื่องการรักษาความลับของการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่
4 เคล็ดลับเพิ่มเติม เพื่อมองหาออฟฟิศได้แบบตรงใจ
1. วิเคราะห์สิ่งที่ต้องการ
ตอบตัวเองให้ได้ว่าธุรกิจของเราต้องการอะไรจากออฟฟิศ เช่นความเป็นส่วนตัวหรือความยืดหยุ่นในการทำงาน คำตอบนี้จะบอกเราได้ว่าควรเลือกออฟฟิศแบบไหน
ย่านใจกลางเมืองกรุงเทพดีมั้ย เช่นหากต้องการความเป็นส่วนตัวเพราะบริษัททำงานที่จำเป็นต้องรักษาความลับขั้นสูงสุดของลูกค้า ตัวเลือกที่เหมาะกับธุรกิจของคุณก็คือออฟฟิศแบบดั้งเดิมเพราะจะออกแบบระบบความปลอดภัยให้รัดกุมแค่ไหนก็ทำได้แบบอิสระ
2. เปรียบเทียบออฟฟิศหลายแห่งก่อนตัดสินใจเช่า
อย่าเพิ่งตัดสินใจจากที่แรกที่เห็น ให้ลองเทียบดูว่าในเงื่อนไขที่ไม่ต่างกัน ที่อื่นให้ราคาถูกกว่าหรือไม่ และเพราะอะไรจึงถูกกว่า หรือหากบางแห่งราคาสูงกว่านิดหน่อย แต่ก็อาจมาพร้อมกับทำเลที่ดีกว่า สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้มากกว่า พื้นที่ออฟฟิศมากกว่า ฯลฯ
3. พิจารณาสิ่งอำนวยความสะดวกและเข้าดูสถานที่จริง
แม้ว่าจะมีข้อมูลทุกอย่างพร้อมแล้ว แต่การดูสถานที่จริงก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เห็นสภาพแวดล้อมและบริเวณพื้นที่โดยรอบ
4. ขอคำแนะนำหรือใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญ
หากคุณมองหาออฟฟิศ
ย่านธุรกิจในกรุงเทพหรือมองหา rent office bangkok ก็จะพบว่ามีตัวเลือกมากมายจนเลือกไม่ถูก ซึ่งจุดนี้ผู้เชี่ยวชาญจะเข้ามาช่วยให้คำแนะนำกับเจ้าของธุรกิจได้ เพราะบริษัทที่ดำเนินงานด้านนี้ ส่วนใหญ่จะมีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน
วันนี้ หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ และกำลังมองหา สำนักงานให้เช่า ขอแนะนำให้ใช้บริการกับ JLL เพราะ JLL คือผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจ เช่าออฟฟิศ ที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน การมีสาขาอยู่ในหลายประเทศช่วยการันตีว่าบริษัทมีความมั่นคง และพร้อมดูแลธุรกิจของคุณให้ได้ออฟฟิศที่ตรงใจ พร้อมตอบโจทย์เพื่อนร่วมงานทุกคนและสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีเพื่อให้ธุรกิจของคุณเป็นไปได้อย่างราบรื่น
