head prakardsod


















ผู้เขียน หัวข้อ: ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการใส่สายอาหารสายยางผ่านจมูก  (อ่าน 17 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 894
    • ดูรายละเอียด
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการใส่สายอาหารสายยางผ่านจมูก

การใส่สายให้อาหารทางจมูก (Nasogastric Tube - NG Tube) แม้จะเป็นวิธีที่ปลอดภัยและจำเป็นสำหรับผู้ป่วยหลายคน แต่เนื่องจากเป็นการใส่อุปกรณ์แปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย จึงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ทั้งในช่วงที่ใส่และในระหว่างการใช้งานครับ

เพื่อให้คุณเฝ้าระวังได้อย่างถูกต้อง ผมแบ่งภาวะแทรกซ้อนออกเป็นกลุ่มดังนี้ครับ:


1. ภาวะแทรกซ้อนขณะใส่สาย (ช่วงแรก)

การใส่ผิดตำแหน่ง: หากสายหลุดเข้าไปในหลอดลมแทนที่จะเป็นหลอดอาหาร จะทำให้ผู้ป่วยไอ รุนแรง หายใจไม่ออก หรืออาจเกิดปอดอักเสบจากการสำลักได้ (นี่คือเหตุผลที่ต้องทำโดยพยาบาลหรือแพทย์)

การบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ: อาจเกิดการถลอกหรือเลือดกำเดาไหลเล็กน้อยบริเวณโพรงจมูกหรือลำคอขณะใส่


2. ภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินหายใจ (ร้ายแรงที่สุด)

ปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia): เกิดจากอาหารหรือน้ำย่อยไหลย้อนกลับจากกระเพาะอาหารขึ้นมาสู่หลอดอาหารแล้วหลุดเข้าหลอดลม โดยเฉพาะถ้าผู้ป่วยนอนราบขณะให้อาหาร หรือกระเพาะอาหารบีบตัวผิดปกติ

การระคายเคืองในลำคอ: ผู้ป่วยอาจรู้สึกไอ เจ็บคอ หรือมีเสมหะเพิ่มขึ้นจากการที่สายไปกระตุ้นเยื่อบุคอหอย


3. ภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินอาหาร

อาการท้องอืดและแน่นท้อง: เกิดจากการให้อาหารเร็วเกินไป ปริมาณมากเกินไป หรืออาหารมีความเข้มข้นเกินกว่าที่กระเพาะจะย่อยได้

ท้องเสีย: อาจเกิดจากการที่ร่างกายปรับตัวกับสูตรอาหารไม่ได้ หรือความไม่สะอาดของภาชนะที่ใช้ให้อาหาร (การปนเปื้อนเชื้อโรค)

คลื่นไส้/อาเจียน: เกิดจากกระเพาะอาหารรับปริมาณอาหารไม่ไหว หรือการที่สายดันไปกระตุ้นบริเวณทางเข้ากระเพาะอาหาร


4. ภาวะแทรกซ้อนทางกายภาพ (ปัญหาที่จุดสาย)

แผลกดทับที่ปีกจมูก: สายที่ตึงหรือพลาสเตอร์ที่ติดไม่ดีอาจกดทับผิวหนังจนเกิดแผลและติดเชื้อได้

สายอุดตัน (Tube Occlusion): เกิดจากการให้ยาที่ไม่บดให้ละเอียด หรือล้างสายไม่สะอาดหลังให้อาหาร ทำให้เศษอาหารแข็งตัวจนสายตัน

ไซนัสอักเสบ (Sinusitis): สายที่ค้างอยู่ในรูจมูกนานๆ อาจไปขวางทางระบายของไซนัส ทำให้ผู้ป่วยเป็นไซนัสอักเสบเรื้อรังได้

วิธีป้องกันภาวะแทรกซ้อนให้ง่ายที่สุดสำหรับผู้ดูแล:
กฎทองของการจัดท่า: ศีรษะสูง 30–45 องศา เสมอขณะให้ และคงท่านั้นไว้อีก 1 ชั่วโมงหลังให้จบ

ตรวจมาร์ก (Marker): ใช้ปากกาเคมีขีดตำแหน่งสายที่รูจมูกทุกครั้ง และหมั่นเช็กว่ารอยขีดนั้นยังอยู่ที่เดิม ไม่เลื่อนเข้า-ออก

ทำความสะอาด: ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดจมูกและเปลี่ยนพลาสเตอร์ทุกวัน เพื่อป้องกันการสะสมของคราบและแผลกดทับ

ล้างสายให้สะอาด: ใช้น้ำสะอาดล้างทุกครั้งหลังให้ยาหรืออาหาร เพื่อลดโอกาสสายตัน


⚠️ ข้อสังเกตด่วนที่ต้องรีบพบแพทย์:

หากผู้ป่วย ไออย่างรุนแรง, หายใจหอบเหนื่อย, ตัวเขียว, หรือมีไข้สูงหลังให้อาหาร ให้สันนิษฐานว่าอาจมีการสำลักเกิดขึ้น ให้รีบหยุดให้อาหารและพาไปพบแพทย์ทันทีครับ